การรักษาอาการนอนกรนแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด

%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99

 

 

 

 

 

 

 

การรักษาอาการโรคนอนกรน มี 2 ทางเลือกคือ วิธีไม่ผ่าตัด และวิธีผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยสามารถเลือกได้ เพราะการรักษาอาการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แนะนำให้ใช้วิธีไม่ผ่าตัดก่อน ถ้าไม่ดีขึ้น, ไม่ชอบ หรือไม่สะดวก ผู้ป่วยสามารถเลือกวิธีผ่าตัดได้

วิธีไม่ผ่าตัด

- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  ผู้ป่วยควรขยันออกกำลังกายแบบแอโรบิค คือ การออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หายใจเร็วขึ้นต่อเนื่อง เช่น วิ่ง, เดินขึ้นลงบันได, ว่ายน้ำ, เตะฟุตบอล เป็นต้น อย่างน้อยวันละ 30 นาที และอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน เมื่ออายุมากขึ้นเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจส่วนบนจะหย่อนมากขึ้นตามอายุ ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการนอนกรน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากขึ้น การออกกำลังกายดังกล่าว จะช่วยป้องกันความหย่อนยานดังกล่าวได้ โดยไม่ให้หย่อนยานมากกว่าที่ควรจะเป็นตามอายุ

– นอนศีรษะสูงเล็กน้อย  ประมาณ 30 องศาจากแนวพื้นราบ จะช่วยลดบวมของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้บ้าง และควรนอนตะแคงเพราะการนอนหงายจะทำให้มีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนมากขึ้น เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก อาจทำได้โดยเอาหมอนข้างมาหนุนที่หลังหรือใส่ลูกเทนนิสไว้ด้านหลังของเสื้อ

– ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก  พ่นวันละครั้งก่อนนอน ซึ่งยาสเตียรอยด์พ่นจมูกจะทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม ทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น และยังจะช่วยหล่อลื่นทำให้การสะบัดตัวของเพดานอ่อนและลิ้นไก่น้อยลง ทำให้เสียงนอนกรนเบาลงได้

วิธีผ่าตัด  มีจุดประสงค์ทำให้ขนาดของทางเดินหายใจส่วนบนกว้างขึ้น ทำให้อาการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับลดลง ควรพิจารณาวิธีนี้ ซึ่งการผ่าตัดจะทำมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตำแหน่งและสาเหตุของการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน การผ่าตัดไม่ได้ทำให้อาการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจหายขาด หลังผ่าตัดอาการอาจยังเหลืออยู่ หรือมีโอกาสกลับมาใหม่ได้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย  แต่สิ่งสำคัญ คือ

– ต้องหมั่นออกกำลังกายเสมอ  ให้กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนตึงตัวและกระชับ เนื่องจากหลังผ่าตัดเมื่ออายุผู้ป่วยมากขึ้นเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนจะหย่อนยานตามอายุ ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนกลับมาแคบใหม่ การออกกำลังกายแบบแอโรบิคอย่างสม่ำเสมอดังกล่าวข้างต้นจะช่วยให้การหย่อนยานดังกล่าวช้าลง

– ต้องควบคุมน้ำหนักตัวให้ดีอย่าให้เพิ่ม  เนื่องจากการผ่าตัดเป็นการขยายทางเดินหายใจที่แคบให้กว้างขึ้น ถ้าน้ำหนักเพิ่มหลังผ่าตัดไขมันจะไปสะสมอยู่รอบผนังช่องคอ ทำให้กลับมาแคบใหม่ได้ซึ่งจะทำให้อาการนอนกรน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับกลับมาเหมือนเดิมหรือแย่กว่าเดิมได้

ทีมแพทย์ที่ปรึกษาของ professionsleepclinic.com ได้รับการริเริ่มขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้บริการตรวจรักษาผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหา นอนกรน ด้วยแนวทางที่เป็นนวัตกรรมที่หลากหลายครบวงจร

การให้ความช่วยเหลือจากเจ้าของธุรกิจแฟรนไซต์การศึกษา

 

เจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์การศึกษาจะคอยให้ความช่วยเหลือผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์การศึกษาในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

7-1

การดำเนินการขั้นต้น บริษัทเจ้าของแฟรนไชส์การศึกษาจะมีพนักงานประจำคอยให้คำปรึกษาเรื่องการดำเนินการสำหรับนักธุรกิจมือใหม่ ทำให้เราไม่รู้สึกว่าต้องแก้ปัญหาเพียงลำพัง ทั้งเรายังสามารถขอคำแนะนำหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อเสนอแนะด้านการดำเนินธุรกิจผ่านพนักงานที่ปรึกษาได้อีกด้วย

ถ้าเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์การศึกษามีการทำการตลาดที่ดีก็จะช่วยทุ่นแรงในการโปรโมทกิจการของเราได้อีกมาก

การตลาด บริษัทเจ้าของ แฟรนไชส์การศึกษาจะจัดเตรียมที่ปรึกษาทางการตลาดไว้ให้ โดยที่ปรึกษาทางการตลาดจะจัดหาเครื่องมือหรือกลวิธีดึงดูดและรับมือลูกค้าในแบบต่างๆ ให้เรา ซึ่งวิธีเหล่านั้นล้วนได้ผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว ที่ปรึกษายังช่วยคำนวณค่าใช้จ่ายขั้นเริ่มต้น และช่วยพัฒนาแผนการตลาดในปัจจุบันเพื่อให้การดำเนินธุรกิจของเราประสบความสำเร็จด้วยดี

การหาทำเลที่ตั้งแฟรนไชส์การศึกษาส่วนใหญ่มักมีคู่มือและที่ปรึกษาคอยช่วยเราหาทำเลที่เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจและช่วยต่อรองราคาค่าที่ให้ ทำให้เราเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง

การก่อสร้างบริษัทแฟรนไชส์การศึกษายังช่วยเหลือเรื่องการออกแบบร้านหรืออาคารที่ให้เหมาะสมกับพื้นที่และงบประมาณภายใต้รูปแบบที่บริษัทกำหนด ทั้งยังเลือกผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้ให้กับเราด้วย รวมไปถึงออกความคิดเรื่องการใช้สาธารณูปโภคที่เรามีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้นในการทำธุรกิจใหม่

การเงินแฟรนไชส์การศึกษายังช่วยเหลือผู้ซื้อสิทธิ์เจรจากับแหล่งเงินกู้ เพราะการขอกู้ในนามบริษัทหรือในนามกลุ่มใหญ่ๆ จะช่วยให้ได้รับอนุมัติได้ง่ายกว่าการขอกู้เป็นรายบุคคล

การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การทำแฟรนไชส์การศึกษาผู้ซื้อสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการจัดการ ซึ่งการจ่ายค่าธรรมเนียมอาจหมายรวมถึงการที่เจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์การศึกษาจะทำการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้กับเราด้วย และหากเจ้าของสิทธิ์ แฟรนไชส์การศึกษามีการทำการตลาดที่ดีก็จะช่วยทุ่นแรงในการโปรโมทกิจการของเราไปได้อีกเยอะ

ท่อพีอีกับงานอุตสาหกรรม

ท่อ HDPE

img_0710800x600

ท่อโพลีเอทิลีน (HDPE) เป็นวัสดุทางเคมีที่มีค่าความหนาแน่นสูง “ไม่น้อยกว่า 950 Kg/m3” ที่มีคุณสมบัติทางเคมี,ไฟฟ้าและทางกลที่ดีเยี่ยม สามารถที่จะนำมาประยุกต์ใช้เป็นวัสดุที่เหมาะสม กับสภาวะการใช้งานในวงการต่างๆ

ในปัจจุบัน ซึ่งท่อโพลีเอทิลีน หรือ เอชดีพีอี หรือบางหน่วยงานก็เรียกว่า ท่อพีอี PE นั้น ก็คือท่อโพลีเอทิลีน (HDPE) ที่ผลิตจากวัสดุโพลีเอทิลีนที่มาจากขั้นตอนทางเคมีทั้งสิ้น

ในปัจจุบันนี้ท่อโพลีเอทิลีนนั้นสามารถที่จะแบ่งชั้นคุณภาพของวัสดุ เพื่อให้เหมาะกับการนำมาใช้งาน ความคุ้มทุนสำหรับการลงทุนรวมถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

ชั้นคุณภาพดังกล่าวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ

ชั้นคุณภาพที่ 1 โพลีเอทิลีน (HDPE 63)

ชั้นคุณภาพที่ 2 โพลีเอทิลีน (HDPE 80)

ชั้นคุณภาพที่ 3 โพลีเอทิลีน (HDPE 100)

หลายๆคนคงสงสัยว่าทำไมท่อ HDPEหรือท่อพีอี จึงเป็นที่ยอมรับในวงการก่อสร้าง วงการอุตสาหกรรม และ ผู้รับเหมางานต่างๆ และทำไมใครต่างเลือกใช้ ท่อ HDPE หรือท่อพีอี ที่มีราคาสูงกว่าท่อชนิดอื่นๆ
อย่างแรกด้วยคุณสมบัติที่มีความทนทาน ไม่เป็นพิษ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และ ดัด หรือ บิด งอ ได้โดยไม่เสียหายแตกหักแล้ว คงเป็นเพราะ ท่อ HDPEหรือท่อพีอี ทนไฟ ไม่เป็นเชื้อไฟ อีกทั้งมีเกิดประกายไฟหรือเกิดการลุกลามตัวท่อสามารถดับลงได้ทำให้ไม่เกิดการลามหรือกลายเป็นเชื้อไฟ ทำให้ลดการลุกลามของไฟได้ อีกทั้งยังผ่านมาตรฐานการทดสอบจากหลายๆประเทศ เช่น ญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของเทคโนโลยี จึงทำให้มั่นใจได้ว่า ท่อ HDPEหรือท่อพีอี  นั้นเหมาะกับการใช้งานทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้ ท่อ HDPEหรือท่อพีอี  จึงเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง และ เรามักเห็นท่อ HDPE หรือท่อพีอี ในงานอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย เช่น ท่อสำหรับส่งน้ำยา หรือ สารเคมีต่างๆ เพราะมีความทนทานต่อสารเคมีและไม่แปรเปลี่ยนรูปหรือกร่อนเพราะโดนน้ำยาต่างๆ ด้วยเช่นกัน

 

กว่าจะเป็นแหวนแต่งงานสักวง

_399

การออกแบบแหวนเพชรการออกแบบแหวนเพชร 3 มิติสำหรับลูกค้าแล้ว การที่จะซื้อแหวนแต่งงานหรือแหวนเพชรสักวงก็อาจจะเลือกวงที่ชอบจาก www.reverof.com ได้เลย ในกรณีที่สวมใส่ได้พอดี หรืออาจจะสั่งทำกับทางร้านโดยการเลือกเพชรร่วงและเลือกแบบจากนิตยสารหรือให้ดีไซน์เนอร์ออกแบบให้ แต่ก็มักจะพบกับคำถามที่ว่า “ทำไมใช้เวลานานจังเลย” ความจริงแล้วกว่าจะได้แหวนเพชรสักวง จะต้องผ่านกระบวนการต่างๆมากมาย อาจจะเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจยากสักหน่อยสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการเครื่องประดับเพราะมีคำศัพท์เฉพาะ แต่กระบวนการก็ไม่ได้ซับซ้อนจนเกินจะทำความเข้าใจ

การออกแบบ นอกจากเราจะได้รู้ภาพรวมของเครื่องประดับแล้วว่ามีหน้าตาอย่างไร ยังเป็นตัวกำหนดงบประมาณและกำหนดขนาดและจำนวนเพชรที่จะใช้ได้ด้วย เพราะแหวนแต่งงานเพชรบางแบบจะมีเพชรล้อมหรือเพชรบ่าข้างมาประกอบ เพราะฉะนั้นขนาดและจำนวนที่ใช้จึงส่งผลต่อราคาของแหวนโดยตรงเลย ยกตัวอย่างเช่น ต่างหูล้อมเพชร(1ข้าง) เม็ดกลาง60ตังค์ ล้อมด้วยเพชร 2 ตังค์จำนวน12เม็ด น้ำหนักเพชรบ่ารวม24ตังค์ แต่ถ้าล้อมด้วยเพชร 1 ตังค์จะใช้เพชรจำนวน15เม็ด น้ำหนักเพชรบ่ารวม15ตังค์ ราคาสั่งทำตัวเรือนก็จะถูกลง

การหล่อแหวนแต่งงานเพชร

เมื่อได้ต้นแบบเทียนเรียบร้อยแล้ว ก็จะมาถึงกระบวนการหล่อ การหล่อในกระบวนการผลิตเครื่องประดับก็คือ การหลอมโลหะให้ละลาย แล้วใช้แรงเหวี่ยงหรือแรงหมุนทำให้น้ำโลหะไหลเข้าไปในช่องว่างภายในเบ้า(เป็นภาชนะที่บรรจุต้นแบบเทียนเอาไว้) การที่เกิดช่องว่างภายในเบ้าเกิดจากการใช้ความร้อนทำให้เทียนที่อยู่ภายในเบ้าละลายออกมาเกิดเป็นโพรงซึ่งมีลักษณะเหมือนกับแบบที่ออกแบบไว้ทุกประการ

การทำพิมพ์ยาง

แหวนที่ได้จากการหล่อ หรือแหวนที่เกิดจากการทำต้นแบบโลหะ หากเราต้องการที่จะผลิตซ้ำก็นำไปทำแม่พิมพ์ยางขึ้น เพื่อใช้ในการฉีดเทียนและนำเทียนที่ได้ไปหล่อ จึงเป็นเหตุผลที่ว่า การสั่งทำแหวนที่เป็นแบบของทางร้านเองนั้นจึงมักประหยัดเวลามากกว่า

การตกแต่งตัวเรือน

ชิ้นงานแหวนแต่งงานเพชรที่ได้จากกระบวนการหล่อ อาจจะมีผิวที่ไม่เรียบสม่ำเสมอ หรือส่วนเกิน บางทีชิ้นงานก็จะเกิดรอยหลุ่มเล็กๆที่เรียกว่าตามด ก็ต้องตกแต่งชิ้นงานให้สมบูรณ์มากที่สุดเพื่อง่ายต่อการขัดแต่งชิ้นงานในกระบวนการถัดไป

การขัดผิวชิ้นงาน การขัดแต่งตัวเรือนแหวนเพชร

 

มารู้จักกับประเภทของเสื้อยืดกันเถอะ

s-t-shirt-013-300x300

การเลือก ‘เสื้อยืด’ ใครว่าเป็นง่ายๆเลือกอะไรก็ได้ บทความนี้จะทำให้คุณรู้ว่าการเลือกเสื้อยืดให้เข้ากับรูปร่างมันเป็นอะไรที่ฟินและเป็นอะไรที่ทำให้การแต่งตัวออกมาดูดีดูเริ่ดได้ จะว่าไปมันก็เหมือนกับการ แต่งตัวยังไงให้ดูขาเล็ก การแต่งตัวให้เข้ากับผมสั้น การเลือกแจ็คเก็ตยังไงให้คูล หรือ การเลือกทรงผมยังไงให้เข้ากับใบหน้า

ประเภทของเสื้อยืด (Type of T-shirt) โดยปกติเสื้อยืดจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ด้านใหญ่ๆ คือ

เนื้อผ้า (Fabric): แบ่งตามลักษณะของเนื้อผ้า เสื้อยืดส่วนใหญ่มักทำมาจาก cotton (ผ้าฝ้าย) ซึ่งก็สามารถแบ่งได้อีกเป็น cotton blends (ผ้าฝ้ายผสม), polyester (เส้นใยสังเคราะห์) และ polyester mesh (เส้นใยสังเคราะห์ตาข่าย)

ทรงเสื้อ (Shapes): ทรงเสื้อยืดพื้นฐานประกอบด้วย Long Sleeves (เสื้อยืดแขนยาว) No Sleeves (เสื้อยืดแขนกุด) Muscle (เสื้อกล้ามเข้ารูป) Short Sleeves (เสื้อยืดแขนสั้น) Tank Tops (เสื้อกล้ามคอลึกสำหรับเล่นกีฬา)

รูปแบบปกเสื้อ (Necklines): นอกจากทรงเสื้อแล้ว เสื้อยืดยังแยกย่อยได้อีก ตามรูปแบบปกเสื้อ คือ High Crew-Neck (เสื้อยืดคอกลม) High V-Neck (เสื้อยืดคอวี) Low Crew-Neck (เสื้อยืดคอกว้าง/คอลึก) และ Low V-Neck (เสื้อยืดคอวีลึก)

คราวนี้พอจะแยกประเภทของเสื้อยืดออกแล้วใช่ไหมค่ะ  หากว่าแยกออกแล้วก็อย่าลืมที่จะเลือกรูปทรงของเสื้อยืดให้เข้ากับรูปร่างของตัวคุณเองนะคะ  เพราะหากคุณเลือกรูปทรงที่ไม่เข้ากับรูปร่างของคุณแล้วล่ะก็จะทำให้รสนิยมในการแต่งกายของคุณดูแย่ในทันทีค่ะ